แต่อีกประเด็นที่น่าดึงดูดไม่แพ้กันก็คือ นอกเหนือจากผู้เล่นมือชั้นยอดแล้ว มือทะเลาะวิวาทยังนับว่าเป็นอีกผู้ที่ดูเหมือนเป็นที่ชื่นชอบชอบของบรรดา

แฟนคลับอยู่ไม่น้อย ซึ่ง จอห์น กางรนช์ จาก The New York Times ได้ชี้ถึงเหตุผลว่า

“‘มือทะเลาะ’ ซึ่งบางคราวก็ถูกเรียกอย่างดูถูกว่า ‘อันธพาล’ หรือเรียกให้ดีหน่อยก็เป็น ‘ขาชั่วร้าย’ ดูเหมือนจะเป็นผู้เล่นในแบบที่ผู้ชมกีฬาฮอกกี้นำแข็งรู้สึกชื่นชอบนะ

พวกเขามักถูกเห็นว่าเป็น ‘ซูเปอร์วีรบุรุษของชนชั้นแรงงาน’ ด้วยอนัตตาที่พร้อมจะดำเนินการซึ่งอันตรายที่สุดเพื่อปกป้องรักษาคนอื่น ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขายังมีความเป็น ‘เบี้ยล่าง’

เนื่องจากว่าถ้าวัดที่ความสามารถสิ่งเดียว บางทีก็อาจจะไม่มีช่องทางได้อยู่ในแวดวงนี้ แม้กระนั้นความรู้ความเข้าใจสำหรับการเปิดศึกทะเลาะนี่แหละ ที่ทำให้พวกเขาอยู่ในแวดวงได้”

แนวโน้มถดถอย แม้กระนั้นต้องมีให้ได้?
แม้ว่าการสาวกำปั้นใส่กันในสนามจะเป็นที่พึงพอใจของแฟนคลับแต่ว่าเรื่องที่น่าสังเกตไม่แพ้กันก็คือ

เรื่องราวการทะเลาะระหว่างการประลองดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ประสบพบเห็นได้ลดน้อยลงเรื่อยแล้วใน NHL

ข้อมูลที่ได้รับมาจากเว็บ Hockey Fights บอกว่า จากการต่อยกันระหว่างแข่งขันที่มีสูงถึง 803 ครั้งตลอดฤดู 2001-02 หรือเฉลี่ย 0.65 ครั้งต่อเกม

สถิติดังที่กล่าวถึงมาแล้วกลับน้อยลงอย่างน่าตกใจในอีกทศวรรษถัดมา โดยในช่วงฤดูกาล 2012-13 มีการต่อยกันระหว่างเกมเพียงแค่ 469 ครั้ง หรือ 0.38 ครั้งต่อเกมแค่นั้น

หน้าจอร์ดิน ตูตัว สมัยก่อนผู้เล่นใน NHL ที่มีชื่อหัวข้อการเป็นมือทะเลาะ สารภาพกับ Rolling Stone ว่า การต่อยกันระหว่างแข่งขันที่มีตัวเลขลดน้อยลงนั้นมีที่มาของมันอยู่ รวมทั้งแน่ๆว่า มันทำให้เกิดผลกระทบต่อนักกีฬาสายท้าตีแบบเต็มๆ

“เกมฮอกกี้น้ำแข็งขณะนี้มันมีพัฒนาการขึ้นกว่าแต่ก่อนมากมายขอรับ แต่ละกลุ่มก็เลยปรารถนาใช้งานผู้เล่นซึ่งสามารถเล่นได้หลายต้นแบบด้วยเช่นเดียวกัน

ซึ่งโน่นทำให้เราเองก็จะต้องปรับนิสัย ด้วยการฝึกฝนความสามารถเกมรุก เกมรับเพิ่มเติมอีกด้วย จะอาศัยแรงเข้าว่ามิได้แล้ว”

ไม่เพียงเท่านั้น การตายของสมัยก่อนนักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งที่มีประวัติการเป็นมือทะเลาะ ซึ่งมีการชันสูตรพลิกศพและก็ศึกษาและทำการค้นพบแล้วว่าปัจจัยสำคัญ

เป็นการกระทบสะเทือนทางสมอง หรือ Concussion ที่เกิดขึ้นมาจากการต่อยกันในสนาม ได้แก่ในกรณีของ เดเร็ก บูการ์ด ซึ่งเสียชีวิตเมื่อปี 2011 ด้วยอายุเพียงแค่ 28 ปีแค่นั้น

ก็นำมาซึ่งการทำให้การต่อยกันในสนามเริ่มเป็นสิ่งที่หลายทีมมีความคิดเห็นว่าไม่สมควรที่จะเกิดขึ้นเสมอๆเพื่อเป็นการเซฟนักกีฬาเองด้วย